thejew's profilejew's spacePhotosBlogLists Tools Help

Blog


    March 28

    ไม่นานมานี้เอง

    กลางดึกตีสอง  บนบ้านที่ชั้นสาม  ไม่ได้อยู่อย่างนี้มานานแล้ว
    ทุกอย่างเงียบ  ในบ้านเงียบ  นอกบ้านเงียบ 
    นาน ๆ จะได้ยินเสียงรถมอร์เตอร์ไซด์  ตุ๊ก ๆ และเสียงคนกวาดถนน
     
    คืนนี้นอนไม่หลับทั้ง ๆ ที่กลางวันทำงานเหนื่อยสายตัวแทบขาด  แม้จะดึกดื่นขนาดนี้เราก็มีนิ้วเป็นเพื่อนในหน้าจอคอมพิวเตอร์  นั่งอ่านบล็อกและเขียนบล็อก  คืนวันนี้เป็นคืนวันที่ดีสำหรับเรา  ใช่แล้ว...แม้ว่าเราจะนอนไม่หลับ
     
    "ไม่นานมานี้เอง" เราอยากมอบให้คนสองคน
    คนแรกเป็นเพื่อนที่คบกันมานาน  ส่วนอีกคนเป็นคนที่ทนคบเรามานาน
    เพื่อนคนแรกคือ "นิ้ว"
     
    นิ้ว  เราจะเขียนเรื่องนิ้วด้วยสีฟ้า  เพราะนิ้วเป็นเด็กหญิงแห่งวันศุกร์  เรายังจำวันที่เราเห็นพรายน้ำครั้งแรกได้  จุดเรืองแสงสีฟ้าลอยมากับน้ำทะเล  เรานึกถึงดาวศุกร์และตอนนั้นเราอยากให้นิ้วได้มาเห็นด้วยกัน  นิ้วต้องตื่นเต้นและชอบมันมากแน่ ๆ 
           ก่อนเราจะเขียนบล็อกเราไม่นาน  เราเข้าไปอ่านบล็อกของนิ้ว  เราไม่เคยบอกนิ้วเลยสินะ  ว่าเราชอบอ่านตัวหนังสือของนิ้วนะ  ที่เราชอบเพราะอ่านทีไร  เรารู้สึกว่าเป็นนิ้วดี  ถึงบางช่วงเราจะไม่ได้เจอ ไม่ได้คุยกัน  แต่ถ้าได้อ่านเราก็รู้สึกสัมผัสได้  นิ้วที่เรารู้จัก  เขียนต่อไปเรื่อย ๆ นะนิ้ว
     
    "อีกคน" ที่ทนคบเรามานาน
    คืนนี้เราอยากบอกว่า  ขอบคุณมากที่ทนคบกันมานานขนาดนี้  และขอบคุณสำหรับคำแนะนำในช่วงเวลาที่ชีวิตเหนื่อยแสนเหนื่อย  เค้าจำได้ "หายใจลึก ๆ ค่อย ๆ คิด ค่อย ๆ ทำ"
     
    ตีสามแล้ว  ไม่รู้เขียนมานานเท่าไหร่  เหมือนกับที่ไม่เคยนึกว่าคบกันมานานเท่าไหร่ 
    นึก ๆ ไปก็รู้สึกว่า  "ไม่นานมานี้เอง"
     
     
     
    March 09

    วันมาฆะที่ผ่านมา

    เมื่อวันมาฆบูชาที่ผ่านมา  เป็นอีกวันที่ใช้เวลาได้คุ้มค่ามากในหนึ่งวัน 
    ผ่านมาหกวันแล้ว   นึก ๆ ไปก็ยกให้วันนั้นเป็นวันที่เราชอบที่สุดในรอบเจ็ดวัน
     
    ในวันนั้นมีรายการที่ได้ทำลงไปดังนี้...
    ตอนเช้าเข้า'มหาลัย ไปทำแล็ป  ตอนเที่ยงไปตัดผม  ตอนบ่ายนัดเมย์ไปศูนย์ประชุมสิริกิตติ์
    ในงานที่ศูนย์ประชุมจองเรียนดำน้ำด้วยเพราะมีโปรโมชั่นซื้อหนึ่งคนเรียนฟรีหนึ่งคน 
    แล้วการดำน้ำเป็นก็เป็นอีกหนึ่งความฝันของเมย์ซะด้วย  เราสองคนเลยตกลงกันว่าเรียนด้วยกันจ่ายคนละครึ่งราคา
    สนุกดีได้ทำให้ชีวิตได้ตื่นตาตื่นใจจากชีวิตประจำวันเดิม ๆ และจะได้ไปสอบที่พัทยาด้วย
    แล้วเราก็จองแพ็กเก็จไปเที่ยวสมุยต่างหากอีกหนึ่งโปรแกรม  หน้าร้อนปีนี้ดูใกล้ชิดกับทะเลจริง ๆ
     
    จบจากการเที่ยว  เราสองคนก็ไปวัดเนื่องในวันมาฆบูชา
    ตามเส้นทางวันนั้นเราตกลงกันไปวัดปทุมวนารามราชวรวิหาร
    วัดที่อยู่ท่ามกลางแหล่งแฟชั่นของสยามสแควร์
    ประสาวัยรุ่นเราไปสยามกันบ่อยแต่วันนั้นเป็นครั้งแรกที่เราไปวัดนี้ 
    วัดหาไม่ยากเรียงหน้ากระดานอยู่ในแถวเดียวกับ
    -สยามดิสคัพเวอร์รี่
    -สยามเซ็นเตอร์
    -สยามพารากอน
    และถูกห้อมล้อมด้วย
    เซ็นทรัลเวิร์ลและสยามสแควร์
    วันนั้นเราสองคนเวียนเทียน  กราบพระในโบสถ์  และถวายสังฆทานด้วย
    ทางวัดมีนิทรรศการเกี่ยวกับวันมาฆบูชาและเกี่ยวกับวัด  เราเลยรู้ว่าวันนี้มีมาตั้งแต่ ร.4
    คิดอีกทีตอนเราเด็ก ๆ ยังไม่มีสยามดิสคัพเวอร์รี่เลย  สยามพารากอนก็เคยเป็นสยามคอนติเนลตัลมาก่อน 
    เซ็นทรัลเวิลร์ก็เปลียนมาจากเวิร์ลเทรดเซ็นเตอร์  ทุก ๆ อย่างก็เปลี่ยนไปเยอะ  แต่วัดก็ยังคงอยู่
    ตอนไหว้พระแล้วเดินออกมาจากวิหาร 
    ได้เห็นมุมมองที่เท่มาก ๆ ถ้าบอกว่าตอนนั้นเรายืนอยู่ในวัดที่เงียบ ๆ แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ
    วันนั้นไม่ได้ติดกล้องไป  เดี๋ยวว่าง ๆ จะกลับไปถ่ายรูปอีกที
     
    ออกมาเราไปดูหนังเรื่อง The departed เราว่าสนุกดีนะ  ทั้งที่ปกติก็ไม่ชอบดูหนังยิง ๆ กันเท่าไหร่
    ออกจากโรงก็ดึกแล้ว  เราก็เลยรีบกลับบ้านกัน  ดวงจันทร์วันนั้นก็สวยสมเป็นจันทร์วันมาฆะ
    ดึกคืนนั้นจะมีจันทรุปราคาเต็มดวงด้วย  แต่ไม่ได้ดูหลับไปซะก่อน  ที่จำได้ตอนนี้ดวงจันทร์วันนั้นก็เลยไม่ได้แหว่งแต่อย่างใด
     
    จบ.