| thejew's profilejew's spacePhotosBlogLists | Help |
|
June 02 การเดินทางบนสันดาบสวัสดีทุก ๆ คน
ต่อจากความเดิมตอนที่แล้ว ที่เกริ่นว่าจะไปเดินทาง
เราเดินทางกลับมาแล้ว กลับมานานแล้ว แต่กว่าจะว่างเขียนก็ติดงานอีกหลายอย่าง
นั่นเป็นเรื่องดี เพราะเวลาที่นานออกมาจากวันนั้น ทำให้เรามองภาพวันนั้นได้กว้างขึ้น
เอาล่ะ เริ่มเรื่องของวันนั้นจากภาพที่เรามองจากวันนี้นะ
การเดินทางคราวนั้น ไปหลายที่
อินทนนท์ เชียงใหม่
นางแก้ว เชียงราย
และกลับไปอ่างขาง เชียงใหม่อีกที
ไปคราวนี้นางแก้วได้เป็นนางเอก ในความคิดเรา
เพราะนางแก้วเป็นผู้หญิง : )
ไม่แค่นั้นหรอก เพราะเราเคยไปนางแก้วเป็นครั้งแรก นางแก้วจึงทำให้เราตื่นเต้นที่สุด
และมากกว่านั้นเพราะความเป็น "นางแก้ว" เองด้วย
ดอยนางแก้วเป็นดอยหนึ่งในอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน จังหวัดเชียงราย
อุทยานแห่งชาตินี้คงมีภูเขาหลายลูก แต่ที่เราได้ยิน ได้รู้จัก มีแค่ภูเขาสองลูกที่ชื่อ
ดอยลังกาหลวง และ ดอยนางแก้ว
ทั้งสองอยู่ตรงข้ามกัน
ดอยลังกาหลวงเป็นภูเขาที่มียอดครึ่งวงกลม เมื่อขึ้นไปถึงยอดภูเขาก็จะเป็นที่กว้าง ๆ คล้าย ๆ ทุ่งหญ้า
ดอยนางแก้วมียอดเป็นสันดาบ เมื่อขึ้นไปถึงยอดภูเขาจะเป็นทางเดินยาว ๆ คล้ายไปตามทางของรางรถไป
ทางเชื่อมของภูเขาสองลูกนี้ก็เป็นสันดาบอีก แต่เป็นดาบที่คมกริบ
เพราะทางเดินที่กว้างเพียงเมตรครึ่ง พร้อมกับขนาบด้วยผาชันทั้งสองข้างทาง
ระหว่างทางมีที่หนึ่งเรียกว่า "ผาโง้ม" เป็นจุดที่อันตรายที่สุด
มีคนเคยตกลงไป คนเคยไปบอกว่าคงเป็นเพราะความงามระหว่างทาง
เมื่อมองจากตรงนั้น จะเหมือนเราลอยได้
เพราะพื้นดินอยู่เกินหน้าเราไม่มากนัก ทำให้เราเหมือนลอยอยู่กลางหน้าจอขนาดใหญ่
ที่มีภาพภูเขาสลับซับซ้อนและสีอ่อนเข้มสลับกันของพรรณไม้ ภาพนี้ไกลไปสุดสายตา
เมฆบาง ๆ เคลีย ๆ ตัวเราได้ที่ความสูงระดับนั้น
ความงามทั้งหมดนี้ ทำให้คนเราลืมระวังตัว!
อรัมภบทมานาน กลัวว่าเรื่องแวดล้อมที่จะทำให้รู้จักนางแก้วมากขึ้น
กลับจะทำให้นางแก้วของเราน่าสนใจลดลง เรามามองนางแก้วชัด ๆ เลยดีกว่า
วันที่เดินทางสู่นางแก้ว...
เราเริ่มเดินทางตอนประมาณ 8 โมงเช้า เดินไปเรื่อย ๆ ผ่านสวนกาแฟ ผ่านแปลงปลูกเสาวรส
เดินเรื่อย ๆ เข้าสู่เขตป่า ทางเดินชันขึ้น ยอดดอยที่เรากำลังเดินไป สูง 1500 จากระดับน้ำทะเล
เมื่อทางเดินชัน ก็ทำให้ไต่ความสูงได้เร็ว
ป่ารอบข้างไม่รกมากนัก ทำให้เราได้เห็นท้องฟ้าและพื้นข้างล่างได้ชัด
เมื่อได้ระดับ เราก็พบกุหลาบพันปีที่เราตามหา Rhododendron veitchianum Hook.
ระหว่างทางต้นไม้ก็เปลี่ยนชนิดไปเรื่อย ๆ ตามความสูง ตามสังคมป่า
สูงขึ้นไปเราเจอต้นสน
สูงขึ้นไปเราเจอต้นก่อ
สูงขึ้นไปเราเจอต้นเหมือด
สลบ...เหมือด
มื้อกลางวันพวกเราก็ได้ความสูงที่ต้องการ 1500 เมตรจากระดับน้ำทะเล
เราจะผ่านเรื่องมื้อกลางวันไปอย่างรวดเร็ว เพราะมีอาหารกลางป่าที่สนุกว่านั้น
ต้นไม้ของหวานที่แสนชุ่มคอ เป็นต้นไม้ใหญ่ มีลูก ชื่อ เอี่ยบ๊วย
เอี่ยบ๊วย ลูกเหมือนลิ้นจี้ แต่สีเหลืองอ่อนและใสเหมือนส้มโอ รสชาติก็เหมือนส้มโอด้วย
บางลูกก็เปรี้ยว บางลูกก็หวาน แต่เปรี้ยวมีมากกว่ามาก
เปรี้ยวทำให้ชุ่มคอ หวานทำให้หิวน้ำ
ธรรมชาติคงรู้ว่าเราต้องเดินทางไกลและน้ำมันก็หนักด้วยสิ
หลังมื้อกลางวันพวกเราเดินสบายขึ้นเพราะจากทางชันเราก็ได้เดินบนสันดาบกันแล้ว
ไม่น่าเชื่อ ทฤษฏีว่าไว้เป็นเรื่องจริง ทุกความสูง 1 กิโลเมตร อุณหภูมิจะลดลง 1 องศา
บนสันดาบอากาศเย็น ลมพัดมาก็เย็น บนนั้นอากาศเย็นตลอดทั้งวัน ตลอดทั้งปี
บนสันดาบทางเดินมีทางเดียว ถ้าไม่ไปข้างหน้าก็กลับไปข้างหลัง
ต้นไม้บนนั้นมีรูปทรงประหลาดตา ทุกต้นดูแกร่ง หันหน้าไปทางเดียวกัน คือ หันหลังให้ลม
แม้สันดาบของนางแก้วจะกว้างกว่าผาโง้ม หน้าผาสองข้างทางก็ไม่ชันเท่าผาโง้ม
แต่ภาพที่เห็นก็คงสวยไม่แพ้กัน บนนางแก้วมองกลับมาเห็นลังกาหลวง
มองไปไกล ๆ เห็นเทือกเขาสุเทพ ทะเลภูเขาสูดลูกหูลูกตา
ต้นสนใหญ่ที่เดินผ่านเมื่อเช้า มองกลับไปดูเล็กเหลือเกิน
แสงแดดส่องภูเขาทุกลูก และลับเหลี่ยมเขาไปในที่สุด
เย็นวันนั้นเป็นยามเย็นที่สวยที่สุดในรอบปี
การเดินทางบนสันดาบ
แม้มีทางเดียวแต่ไม่มีความรู้สึกถูกบังคับ
แม้มีทางเดียวแต่ก็มองได้รอบตัว
การเดินทางบนสันดาบช่างมีความสุขนัก
แต่กว่าจะขึ้นถึงก็ผ่านเวลามาครึ่งค่อนวัน เหลือเวลาให้ชื่นชมความงามไม่นานเท่าไหร่
เรายังต้องเผื่อเวลาให้กับการเดินลง เวลาที่จะเดินทางกลับไปนอนในบ้านเหมือนทุกคืนที่ผ่านมา
การเดินไปของชีวิตก็มีทางเดียวเหมือนกัน
ไม่รู้ว่ากว่าจะถึงสันดาบจะกินเวลาชีวิตไปเท่าไหร่
เรื่องระหว่างทางสวยงาม น่าจดจำ
แต่บางทีเราก็เพลิดเพลินจนลืมจุดหมาย
เหนื่อยหน่อยเราก็อยากพัก เจอสิ่งสวยงามเราก็อยากชื่นชม
จนถึงวันนี้เราก็เที่ยวเล่นมาเยอะแล้ว
ไม่รู้ว่า กับสิ่งที่เราตั้งใจไว้
...เราจะเดินไปถึงมั้ย จะเหลือเวลาเท่าไหร่นะ
|
|
|