More servicesWindows Live
HomeHotmailSpacesOneCare
 
MSN
Sign in
 
 
Spaces home  jew's spacePhotosProfileFriendsBlog Tools Explore the Spaces community

Blog

August 03

เริ่มเดินทางอีกครั้ง บนเส้นทางเดิม

ผ่านไปครึ่งปีกว่าแล้ว  นับจากวันที่ยืนดูดอกไม้ไฟที่ชั้นสี่
มีเรื่องราวเปลี่ยนแปลงมากมาย  บางอย่างเริ่มต้น  บางอย่างจบลง
...
การอธิบายความรู้สึก  เป็นเรื่องยากจัง
วันนี้เรารู้สึกเหมือนกับว่า
ชีวิตต้องเริ่มเดินทางอีกครั้ง  บนเส้นทางเดิม
...
เดินไปด้วยกันอีกครั้ง
 
 
...
ฉันกับชีวิต
April 18

เสียงเพราะ ๆ

เย็นวันศุกร์ที่แสนจะสงบเงียบ 
ฟังเพลงที่พี่ป๊อดร้องประกอบโฆษณากล้องถ่ายรูป
เพลงเรื่องจริง  ฟังแล้วก็เพราะจริง ๆ ด้วยสิ
 
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น  แล้วฉันก็ได้ฟังเสียงที่เพราะกว่าเสียงพี่ป๊อด
เพื่อนสาวคนหนึ่งโทรศัพท์มาหาจากจังหวัดพังงา
ให้ฟังเสียงคลื่นซัดเข้าฝั่ง  ฟังเพราะดีชวนให้คิดถึงทะเล
คุยสักพัก  ตื่นเต้นดีใจ  ไม่รู้ทำไม  ทั้งที่ก็ไม่ได้คุยกันมาแค่สองวัน
 
วางโทรศัพท์ไปแล้ว
เสียงเพราะ ๆ ของฉัน
ไม่ใช่เสียงพี่ป๊อด
ไม่ใช่เสียงทะเล
แต่เป็นเสียงของความคิดถึงต่างหาก
ที่ไพเราะและซาบซึ้งใจ
 
ข้อความเหล่านี้แด่มิตรภาพที่สวยงาม
:)
 
April 13

เรื่องเศร้าที่สุด ไม่มีในโลก

เรื่องเศร้าที่สุด  ไม่มีในโลก
...
เจอเรื่องเศร้ามากในวันนี้
วันต่อไปก็อาจจะเจอเรื่องที่เศร้ามากกว่า
และวันต่อ ๆ ไป ก็คงจะเจอเรื่องที่เศร้ามากกว่ามาก
...
เราไม่รู้ว่าเรื่องเศร้าเรื่องไหนเป็นเรื่องที่เศร้าที่สุด
ดังนั้น  เรื่องเศร้าที่สุด  จึงไม่มีอยู่ในโลกใบนี้หรอก
...
ถ้าเจอเรื่องอะไร
ก็อย่าเศร้าเลย
...
 
dao3
April 08

ใกล้ปีใหม่ไทย

ผ่านปีใหม่จนจะปีใหม่อีกแล้ว  ไม่ได้มีอะไรเพิ่มในblogเลย  ฮ่าๆ ๆ
แต่จริงๆ ชีวิตเปลี่ยนไปอย่างมากมายทีเดียว
เรียนใกล้จบแล้ว  รู้สึกมีความสุขมากๆ  อยากไปทำอย่างอื่นอีกเยอะแยะ
อย่างทำ my space ให้ up date ขึ้น  ฮ่า ๆ ๆ
January 01

ปีใหม่

DSCF8578DSCF8579DSCF8581
 
วันที่ 1 มกราคมของทุกปีเป็นวันปีใหม่
ตั้งใจว่าตื่นไม่เช้ามาก  จะได้สดชื่นไม่ง่วงเหงาหาวนอน  เพราะเมื่อคืนต้องรอถึงเที่ยงคืนดูดอกไม้ไฟส่งท้ายปี
 
ได้เวลาเที่ยงคืน
มองไปรอบ ๆ บ้าน  ดอกไม้ไฟถูกจุดขึ้นพร้อม ๆ กัน  จากโรงแรมแม่น้ำ  สะพานกรุงเทพฯ  สะพานแขวน  และโรงแรมหรูหราแถวบางรัก
ดอกไม้ไฟเสียงดัง ตูม ๆ  ๆ  ทำให้หายง่วง  นึกดีใจที่อยู่รอดู   ท้องฟ้าสว่างด้วยดอกไม้ไฟหลากสี 
 
จำได้ว่าตอนเด็ก ๆ เห็นดอกไม้ไฟแล้วตื่นเต้นที่สุด  แล้วความตื่นเต้นก็ค่อย ๆ ลดลง  หลังจากโตขึ้น ๆ
เมื่อคืนนี้เป็นอีกครั้งที่จำความรู้สึกตื่นเต้นนั้นได้  
 
ถ่ายรูปเก็บไว้ดู  เพราะหลังจากปีนี้เราก็จะไปทำงานนอกบ้านแล้ว
ก็เลยตั้งใจว่าจะถ่ายรูปดอกไม้ไฟส่งท้ายปี  ด้วยมุมมองจากบ้านเก็บไว้ดู 
ภาพอาจจะไม่สวยมากเพราะไม่ได้ใช้ขาตั้งกล้อง  แล้วก็ไม่กล้าปีนหลังคาดาดฟ้า
แต่ก็คงไม่เป็นไร  เพราะนี้ก็เป็นมุมมองจากชั้น4 ของเราจริง ๆ  
18 ปีแล้วสินะ  ที่เราอยู่ตรงนั้นแล้วมองออกไปที่อื่น
 
ตอนนี้คงถึงเวลาที่เราจะออกไปจริง ๆ เพื่อให้รู้ว่า  โลกเป็นอย่างไร
 
 
สวัสดีปีใหม่... ขอให้สดใสเหมือนดอกไม้ไฟบนท้องฟ้า 
October 28

ขอมือหน่อยได้ไหม อิอิอิ

ลมเย็น ๆ พัดมาแล้ว   ฉันเพิ่งรู้สึก
ฟ้าลึก ๆ มองขึ้นไปดูช่างสดใส
แต่มือเย็น ๆ ฉันตอนนี้นั้นไม่มีใคร
ไม่มีใครสัมผัส  มันทนไม่ไหว
 
เพลงเค้าบอกไว้  ลมหนาวมาถึงเมื่อไร
มันต้องเหงาในใจ  ตามเสียงเพลงอยู่เรื่อยไป
คราวนี้ถ้าต้องเจอ  ลมหนาวฉันขอร้องเธอได้ไหม
 
ขอมือหน่อยได้มั้ย  อากาศหนาว ๆ ไม่ชอบเลย
ขอมือหน่อยอย่าเฉยเมยจนฉันนั้นต้องเสียใจ
อยากขอแค่ไออุ่นจากเธอได้ไหม
บอกความรู้สึกข้างใน  ก่อนหน้าหนาวคราวนี้
จะผ่านไป...
 
อีก 9 วันไปดูคอนเสิร์ต FRIDAY ที่พารากอน
เย้ ๆ ๆ
October 21

เรารักในหลวง

เรารักในหลวง
 
ข่าวในหลวงทรงพระประชวรคราวนี้  คนไทยแสดงพลังได้ไม่ผิดไปจากครั้งก่อน ๆ  เพราะคนไทย "รักในหลวง" จริง ๆ 
 
ย้อนหลังไปเมื่อปีก่อน  ก่อนเหตุการณ์ที่จะถึงพิธีฉลองราชย์สมบัติครบ ๕๐ ปี  ทุกหน่วยงาน  กรม  กอง  ภาครัฐ  และประชาชน  ร่วมใจกันทำความดีเพื่อถวายในหลวง  จนบางครั้งเราก็คิดว่า  เรื่องบางเรื่องอย่าเอาในหลวงมาอ้างเลยนะ  ท่านจะชอบใจหรือเปล่า  ไม่มีใครรู้   จนถึงวันงานจริง ๆ ก็เกิดภาพประวัติศาสตร์ที่น่าจดจำ   การรวมใจครั้งใหญ่เพื่อในหลวงของเรา  แต่เรื่องของ "ความรัก" ก็มีเรื่องของความเข้าใจผิดเสมอ
หลังจากวันงาน  ทั่วโลกคงจะตะลึงกับระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขแบบประเทศไทย    บางประเทศที่นิยมประชาธิปไตยแบบสุดขั้ว   ก็คงคิดว่าคนไทยงมงาย  และคลั่งในหลวงอย่างไม่ลืมหูลืมตา  มีภาพที่ไม่เหมาะสมหลายภาพถูกส่งต่อทาง e-mail ทางเว็ปไซด์บางเว็ปไซด์   ข่าวทางเสียหายเริ่มปรากฎ  บ้างว่าคนในวันนั้นถูกเกณฑ์ให้ไป  ไม่รู้ว่าเป็นผลงานของใคร  นี่คงเป็นธรรมดาโลกที่  ได้ลาภ เสื่อมลาภ...สรรเสริญ  นินทา    ส่วนปีนี่ก็ยังเป็นงานเกี่ยวกับในหลวงพระชนมายุครบ ๘๐ พรรษา  ทุกภาคส่วนจัดงานได้ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ปีที่แล้ว  จนตอนนี้ในหลวงประชวร  ก็มีประชาชนไปเฝ้าที่โรงพยาบาลศิริราช   ไปลงชื่อถวายพระพรวันละเป็นหมื่นคน   ในฐานะคนไทย  คุณคิดยังไงกับเหตุการณ์นี้  รักในหลวงมั้ย  รักเพราะอะไร  ตามกระแส  หรืองมงายอย่างที่ฝรั่งว่าคนไทย
 
เราคิดออกและตอบได้ชัดแล้วว่า  จะรักในหลวงมั้ย  และทำไมถึงรักในหลวง    เราเป็นเด็กในยุคที่กลับบ้านมายังไม่มีเกมเศรษฐี  เกมทศกัณฐ์  รายการโทรทัศน์ที่ดูเป็นประจำทุกวันก็คือ   หนังจีนกำลังภายในตอนสี่โมง  หนังจักร ๆ วงศ์ ๆ  และตามต่อด้วยการ์ตูนอืกคิวซังเณรน้อยเจ้าปัญญา    พอจบก็พอดีกับกินข้าวเย็นเสร็จ  เตรียมตัวอาบน้ำ  ก็พอดีแหละ  ข่าวพระราชสำนักมาแล้ว  ไม่สนุกเหมือนหนังที่ดู  มีแต่ข่าวในหลวงทำโน้นทำนี่  ไปที่โน้นที่นี่  ในหลวงทำงานทุกวัน
 
และด้วยความที่ชอบอ่านหนังสือกันทั้งบ้าน  บ้านจึงเต็มไปด้วยหนังสือ  หนังสือในหลวงก็มีหลายเล่ม  ติโต  นายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ  พระมหาชนก  มีหลายเล่ม  อ่านจบบางเล่ม
 
ล่าสุดเลย  แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง  ได้ยินนะแต่ตอนแรกไม่เข้าใจ  เพราะที่บ้านไม่ได้ทำเกษตรกรรม  ไม่สามารถแบ่งพื้นที่ไว้ปลูกข้าว  มีบ่อน้ำ  เลี้ยงสัตว์  ก็เข้าใจว่าในหลวงทรงคิดให้คนที่ทำเกษตร   ที่เป็นคนส่วนใหญ่ในประเทศ  คิดเท่านี้จริง ๆ
 
จนตอนนี้  ทำงานแล้ว  ได้เงินมาใช้เองพอบ้างไม่พอบ้าง  ก็เลยรู้ว่าทำงานเหนื่อยจังเงินก็ได้น้อย  เวลาทำอะไรก็ต้องใช้เงินเยอะ  หยุดทำงานก็ไม่ได้ความรับผิดชอบค้ำหัวอกหัวใจ    ลองกลับไปคิดใหม่  ว่าตอนเราเด็ก ๆ เห็นในหลวงทำงานมากแค่ไหน   ข่าวที่เราดูตอนเด็กเป็นของจริงไม่ใช่ภาพลวงตา  เราทำเพื่อตัวเองแต่ในหลวงทำเพื่อคนทั้งประเทศ    และเวลานี้กระแสทุนนิยมทำให้เราต้องแข่งขัน  แต่ถ้าเราตามจนไม่รู้จักพอเราจะกลายเป็นยังไงนะ  เศรษฐกิจพอเพียงใช้ได้กับทุกคน  คนเมืองอย่างเรานี่แหละ  ของที่มีอยู่แล้วไม่ซื้อก็ไม่ตายก็ต้องรู้จักพอ    ในขณะที่ข่าว  โฆษณา  บอกว่าเราต้องมีต้องเป็น  อย่างนั้นอย่างนี้  ในหลวงบอกให้เรามีความเพียร  ทำความดีเพื่อความดี  ให้รู้จักพอและรู้จักตัวเอง 
 
เท่านี้ในหลวงก็เป็นมากกว่าในหลวง  เหมือนพ่อคอยบอก เตือน ให้รู้ทันความเป็นไปของโลก    ความรักที่รู้สีกและผ่านการคิด  เป็นความรักที่ชัดเจนและมั่นใจ  "ทำความดีตามอย่างพ่อกันเถอะนะ"
 
ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
 
October 20

ลมหนาว

กรุงเทพ ฯ หนาวแล้ว
 
ลมหนาวบาง ๆ พัดมาที่กรุงเทพ ฯ แล้ว  เปลี่ยนเมืองที่ร้อนแรงสุมรุมด้วยปัญหาให้สดใสและน่าอยู่ขึ้น
ลมหนาวไม่ทำให้ปัญหาลาไปพักร้อน  ความไม่เข้าใจลาป่วย
หน้าหนาวจึงมีปัญหาเหมือนหน้าร้อนและหน้าฝน
แต่มีลมหนาวที่เหมือนผู้ใหญ่ใจดี เข้าใจและบอกให้ยิ้มรับกับปัญหา
 
ลมหนาวพัดมาคราวนี้  ขอให้มีความสุขกันทุก ๆ คน
จาก...คนมีปัญหาได้ทุกวี่วัน

May 18

หน้าฝนแล้ว

นั่งอ่านหนังสืออยู่บ้านเตรียมสอบคอม ฯ  เบื่อ ๆ ก็เลยมาเขียนบล็อก
วันนี้เขียนอย่างไม่ไม่แก่นสารใด ๆ
 
หน้าฝนแล้วต้นไม้ที่บ้านก็ดูจะเขียวสด  และเต่งตึงขึ้น  ต้นเล็บมือนางที่ซื้อไว้นานมากแล้ว สัก 10 ปีเห็นจะได้
ออกดอกพวงใหญ่ ๆ ให้ดูหลายพวง  บางที่ก็กลัวงูนะ  มีคนบอกว่างูชอบมาอยู่กับต้นเล็บมือนางบ้างล่ะ  มีต้นเล็บมีอนางแล้วงูเขียวชอบมาบ้างล่ะ  ทั้งหมดนี้ก็ทำให้เรากึ่ง ๆ จะเชื่อนะ  ก็เลยกลัว   แต่ดอกเล็บมือนางก็สวยมาก  ตอนเช้า ๆ หรือดึก ๆ ก็หอมด้วย  แต่ก็ไม่มีใครขึ้นไปดมหรอก  มีเราคนเดียว
 
อ่านหนังสือไปเรื่อย ๆ บางที่ก็ตื่นเต้นขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล  เพราะอ่านไปแล้วก็กลัวอาจารย์จะถามยาก ๆ แล้วตอบไม่ได้  คิดขึ้นมาบางที่ใจก็เลยสั่น ๆ กลัวจัง  แต่กลัวคราวนี้ไม่มีใครบอกหรอก  เราคิดเองกลัวเองเลย  เพราะใคร ๆ ก็บอกว่าตอบได้อยู่แล้ว  ไม่ต้องกลัว
 
บ่นมาเรื่อย ๆ ก็ไม่เห็นจะมีอะไรเกี่ยวกันเลย  หน้าฝน  งูเขียว  ดอกไม้  และการสอบ
มีใครบอกได้ว่ามันเกี่ยวกันยังไง  บอกที
 
 
 
March 28

ไม่นานมานี้เอง

กลางดึกตีสอง  บนบ้านที่ชั้นสาม  ไม่ได้อยู่อย่างนี้มานานแล้ว
ทุกอย่างเงียบ  ในบ้านเงียบ  นอกบ้านเงียบ 
นาน ๆ จะได้ยินเสียงรถมอร์เตอร์ไซด์  ตุ๊ก ๆ และเสียงคนกวาดถนน
 
คืนนี้นอนไม่หลับทั้ง ๆ ที่กลางวันทำงานเหนื่อยสายตัวแทบขาด  แม้จะดึกดื่นขนาดนี้เราก็มีนิ้วเป็นเพื่อนในหน้าจอคอมพิวเตอร์  นั่งอ่านบล็อกและเขียนบล็อก  คืนวันนี้เป็นคืนวันที่ดีสำหรับเรา  ใช่แล้ว...แม้ว่าเราจะนอนไม่หลับ
 
"ไม่นานมานี้เอง" เราอยากมอบให้คนสองคน
คนแรกเป็นเพื่อนที่คบกันมานาน  ส่วนอีกคนเป็นคนที่ทนคบเรามานาน
เพื่อนคนแรกคือ "นิ้ว"
 
นิ้ว  เราจะเขียนเรื่องนิ้วด้วยสีฟ้า  เพราะนิ้วเป็นเด็กหญิงแห่งวันศุกร์  เรายังจำวันที่เราเห็นพรายน้ำครั้งแรกได้  จุดเรืองแสงสีฟ้าลอยมากับน้ำทะเล  เรานึกถึงดาวศุกร์และตอนนั้นเราอยากให้นิ้วได้มาเห็นด้วยกัน  นิ้วต้องตื่นเต้นและชอบมันมากแน่ ๆ 
       ก่อนเราจะเขียนบล็อกเราไม่นาน  เราเข้าไปอ่านบล็อกของนิ้ว  เราไม่เคยบอกนิ้วเลยสินะ  ว่าเราชอบอ่านตัวหนังสือของนิ้วนะ  ที่เราชอบเพราะอ่านทีไร  เรารู้สึกว่าเป็นนิ้วดี  ถึงบางช่วงเราจะไม่ได้เจอ ไม่ได้คุยกัน  แต่ถ้าได้อ่านเราก็รู้สึกสัมผัสได้  นิ้วที่เรารู้จัก  เขียนต่อไปเรื่อย ๆ นะนิ้ว
 
"อีกคน" ที่ทนคบเรามานาน
คืนนี้เราอยากบอกว่า  ขอบคุณมากที่ทนคบกันมานานขนาดนี้  และขอบคุณสำหรับคำแนะนำในช่วงเวลาที่ชีวิตเหนื่อยแสนเหนื่อย  เค้าจำได้ "หายใจลึก ๆ ค่อย ๆ คิด ค่อย ๆ ทำ"
 
ตีสามแล้ว  ไม่รู้เขียนมานานเท่าไหร่  เหมือนกับที่ไม่เคยนึกว่าคบกันมานานเท่าไหร่ 
นึก ๆ ไปก็รู้สึกว่า  "ไม่นานมานี้เอง"
 
 
 
March 09

วันมาฆะที่ผ่านมา

เมื่อวันมาฆบูชาที่ผ่านมา  เป็นอีกวันที่ใช้เวลาได้คุ้มค่ามากในหนึ่งวัน 
ผ่านมาหกวันแล้ว   นึก ๆ ไปก็ยกให้วันนั้นเป็นวันที่เราชอบที่สุดในรอบเจ็ดวัน
 
ในวันนั้นมีรายการที่ได้ทำลงไปดังนี้...
ตอนเช้าเข้า'มหาลัย ไปทำแล็ป  ตอนเที่ยงไปตัดผม  ตอนบ่ายนัดเมย์ไปศูนย์ประชุมสิริกิตติ์
ในงานที่ศูนย์ประชุมจองเรียนดำน้ำด้วยเพราะมีโปรโมชั่นซื้อหนึ่งคนเรียนฟรีหนึ่งคน 
แล้วการดำน้ำเป็นก็เป็นอีกหนึ่งความฝันของเมย์ซะด้วย  เราสองคนเลยตกลงกันว่าเรียนด้วยกันจ่ายคนละครึ่งราคา
สนุกดีได้ทำให้ชีวิตได้ตื่นตาตื่นใจจากชีวิตประจำวันเดิม ๆ และจะได้ไปสอบที่พัทยาด้วย
แล้วเราก็จองแพ็กเก็จไปเที่ยวสมุยต่างหากอีกหนึ่งโปรแกรม  หน้าร้อนปีนี้ดูใกล้ชิดกับทะเลจริง ๆ
 
จบจากการเที่ยว  เราสองคนก็ไปวัดเนื่องในวันมาฆบูชา
ตามเส้นทางวันนั้นเราตกลงกันไปวัดปทุมวนารามราชวรวิหาร
วัดที่อยู่ท่ามกลางแหล่งแฟชั่นของสยามสแควร์
ประสาวัยรุ่นเราไปสยามกันบ่อยแต่วันนั้นเป็นครั้งแรกที่เราไปวัดนี้ 
วัดหาไม่ยากเรียงหน้ากระดานอยู่ในแถวเดียวกับ
-สยามดิสคัพเวอร์รี่
-สยามเซ็นเตอร์
-สยามพารากอน
และถูกห้อมล้อมด้วย
เซ็นทรัลเวิร์ลและสยามสแควร์
วันนั้นเราสองคนเวียนเทียน  กราบพระในโบสถ์  และถวายสังฆทานด้วย
ทางวัดมีนิทรรศการเกี่ยวกับวันมาฆบูชาและเกี่ยวกับวัด  เราเลยรู้ว่าวันนี้มีมาตั้งแต่ ร.4
คิดอีกทีตอนเราเด็ก ๆ ยังไม่มีสยามดิสคัพเวอร์รี่เลย  สยามพารากอนก็เคยเป็นสยามคอนติเนลตัลมาก่อน 
เซ็นทรัลเวิลร์ก็เปลียนมาจากเวิร์ลเทรดเซ็นเตอร์  ทุก ๆ อย่างก็เปลี่ยนไปเยอะ  แต่วัดก็ยังคงอยู่
ตอนไหว้พระแล้วเดินออกมาจากวิหาร 
ได้เห็นมุมมองที่เท่มาก ๆ ถ้าบอกว่าตอนนั้นเรายืนอยู่ในวัดที่เงียบ ๆ แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ
วันนั้นไม่ได้ติดกล้องไป  เดี๋ยวว่าง ๆ จะกลับไปถ่ายรูปอีกที
 
ออกมาเราไปดูหนังเรื่อง The departed เราว่าสนุกดีนะ  ทั้งที่ปกติก็ไม่ชอบดูหนังยิง ๆ กันเท่าไหร่
ออกจากโรงก็ดึกแล้ว  เราก็เลยรีบกลับบ้านกัน  ดวงจันทร์วันนั้นก็สวยสมเป็นจันทร์วันมาฆะ
ดึกคืนนั้นจะมีจันทรุปราคาเต็มดวงด้วย  แต่ไม่ได้ดูหลับไปซะก่อน  ที่จำได้ตอนนี้ดวงจันทร์วันนั้นก็เลยไม่ได้แหว่งแต่อย่างใด
 
จบ.
July 17

อึดอัดใจ

คืนนี้นอนไม่หลับ  อึดอัดใจ  แต่ไม่อยากอธิบาย 
 
 
 
June 02

การเดินทางบนสันดาบ

สวัสดีทุก ๆ คน
ต่อจากความเดิมตอนที่แล้ว  ที่เกริ่นว่าจะไปเดินทาง 
เราเดินทางกลับมาแล้ว  กลับมานานแล้ว  แต่กว่าจะว่างเขียนก็ติดงานอีกหลายอย่าง
นั่นเป็นเรื่องดี  เพราะเวลาที่นานออกมาจากวันนั้น  ทำให้เรามองภาพวันนั้นได้กว้างขึ้น
เอาล่ะ  เริ่มเรื่องของวันนั้นจากภาพที่เรามองจากวันนี้นะ
 
การเดินทางคราวนั้น  ไปหลายที่ 
อินทนนท์ เชียงใหม่ 
นางแก้ว เชียงราย
และกลับไปอ่างขาง เชียงใหม่อีกที
 
ไปคราวนี้นางแก้วได้เป็นนางเอก  ในความคิดเรา
เพราะนางแก้วเป็นผู้หญิง  : )
ไม่แค่นั้นหรอก  เพราะเราเคยไปนางแก้วเป็นครั้งแรก  นางแก้วจึงทำให้เราตื่นเต้นที่สุด 
และมากกว่านั้นเพราะความเป็น  "นางแก้ว"  เองด้วย
 
ดอยนางแก้วเป็นดอยหนึ่งในอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน  จังหวัดเชียงราย 
อุทยานแห่งชาตินี้คงมีภูเขาหลายลูก  แต่ที่เราได้ยิน  ได้รู้จัก  มีแค่ภูเขาสองลูกที่ชื่อ 
ดอยลังกาหลวง  และ  ดอยนางแก้ว 
ทั้งสองอยู่ตรงข้ามกัน 
ดอยลังกาหลวงเป็นภูเขาที่มียอดครึ่งวงกลม  เมื่อขึ้นไปถึงยอดภูเขาก็จะเป็นที่กว้าง ๆ คล้าย ๆ ทุ่งหญ้า
ดอยนางแก้วมียอดเป็นสันดาบ  เมื่อขึ้นไปถึงยอดภูเขาจะเป็นทางเดินยาว ๆ คล้ายไปตามทางของรางรถไป
ทางเชื่อมของภูเขาสองลูกนี้ก็เป็นสันดาบอีก  แต่เป็นดาบที่คมกริบ
เพราะทางเดินที่กว้างเพียงเมตรครึ่ง  พร้อมกับขนาบด้วยผาชันทั้งสองข้างทาง
ระหว่างทางมีที่หนึ่งเรียกว่า "ผาโง้ม" เป็นจุดที่อันตรายที่สุด
มีคนเคยตกลงไป  คนเคยไปบอกว่าคงเป็นเพราะความงามระหว่างทาง
เมื่อมองจากตรงนั้น  จะเหมือนเราลอยได้ 
เพราะพื้นดินอยู่เกินหน้าเราไม่มากนัก  ทำให้เราเหมือนลอยอยู่กลางหน้าจอขนาดใหญ่
ที่มีภาพภูเขาสลับซับซ้อนและสีอ่อนเข้มสลับกันของพรรณไม้  ภาพนี้ไกลไปสุดสายตา
เมฆบาง ๆ เคลีย ๆ ตัวเราได้ที่ความสูงระดับนั้น
 
ความงามทั้งหมดนี้  ทำให้คนเราลืมระวังตัว!
 
อรัมภบทมานาน  กลัวว่าเรื่องแวดล้อมที่จะทำให้รู้จักนางแก้วมากขึ้น
กลับจะทำให้นางแก้วของเราน่าสนใจลดลง  เรามามองนางแก้วชัด ๆ เลยดีกว่า
 
วันที่เดินทางสู่นางแก้ว...
เราเริ่มเดินทางตอนประมาณ 8 โมงเช้า  เดินไปเรื่อย ๆ ผ่านสวนกาแฟ  ผ่านแปลงปลูกเสาวรส
เดินเรื่อย ๆ เข้าสู่เขตป่า  ทางเดินชันขึ้น  ยอดดอยที่เรากำลังเดินไป  สูง 1500 จากระดับน้ำทะเล
เมื่อทางเดินชัน  ก็ทำให้ไต่ความสูงได้เร็ว 
ป่ารอบข้างไม่รกมากนัก  ทำให้เราได้เห็นท้องฟ้าและพื้นข้างล่างได้ชัด
เมื่อได้ระดับ  เราก็พบกุหลาบพันปีที่เราตามหา  Rhododendron  veitchianum  Hook.
ระหว่างทางต้นไม้ก็เปลี่ยนชนิดไปเรื่อย ๆ ตามความสูง  ตามสังคมป่า
สูงขึ้นไปเราเจอต้นสน
สูงขึ้นไปเราเจอต้นก่อ
สูงขึ้นไปเราเจอต้นเหมือด
สลบ...เหมือด
มื้อกลางวันพวกเราก็ได้ความสูงที่ต้องการ 1500 เมตรจากระดับน้ำทะเล 
เราจะผ่านเรื่องมื้อกลางวันไปอย่างรวดเร็ว  เพราะมีอาหารกลางป่าที่สนุกว่านั้น
ต้นไม้ของหวานที่แสนชุ่มคอ  เป็นต้นไม้ใหญ่  มีลูก  ชื่อ เอี่ยบ๊วย
เอี่ยบ๊วย  ลูกเหมือนลิ้นจี้  แต่สีเหลืองอ่อนและใสเหมือนส้มโอ  รสชาติก็เหมือนส้มโอด้วย
บางลูกก็เปรี้ยว  บางลูกก็หวาน  แต่เปรี้ยวมีมากกว่ามาก
 
เปรี้ยวทำให้ชุ่มคอ  หวานทำให้หิวน้ำ
ธรรมชาติคงรู้ว่าเราต้องเดินทางไกลและน้ำมันก็หนักด้วยสิ
 
หลังมื้อกลางวันพวกเราเดินสบายขึ้นเพราะจากทางชันเราก็ได้เดินบนสันดาบกันแล้ว
ไม่น่าเชื่อ  ทฤษฏีว่าไว้เป็นเรื่องจริง  ทุกความสูง 1 กิโลเมตร  อุณหภูมิจะลดลง 1 องศา
บนสันดาบอากาศเย็น  ลมพัดมาก็เย็น  บนนั้นอากาศเย็นตลอดทั้งวัน  ตลอดทั้งปี
บนสันดาบทางเดินมีทางเดียว  ถ้าไม่ไปข้างหน้าก็กลับไปข้างหลัง 
ต้นไม้บนนั้นมีรูปทรงประหลาดตา  ทุกต้นดูแกร่ง  หันหน้าไปทางเดียวกัน  คือ  หันหลังให้ลม
แม้สันดาบของนางแก้วจะกว้างกว่าผาโง้ม  หน้าผาสองข้างทางก็ไม่ชันเท่าผาโง้ม
แต่ภาพที่เห็นก็คงสวยไม่แพ้กัน  บนนางแก้วมองกลับมาเห็นลังกาหลวง
มองไปไกล ๆ เห็นเทือกเขาสุเทพ  ทะเลภูเขาสูดลูกหูลูกตา
ต้นสนใหญ่ที่เดินผ่านเมื่อเช้า  มองกลับไปดูเล็กเหลือเกิน
แสงแดดส่องภูเขาทุกลูก  และลับเหลี่ยมเขาไปในที่สุด
เย็นวันนั้นเป็นยามเย็นที่สวยที่สุดในรอบปี
 
การเดินทางบนสันดาบ 
แม้มีทางเดียวแต่ไม่มีความรู้สึกถูกบังคับ
แม้มีทางเดียวแต่ก็มองได้รอบตัว 
การเดินทางบนสันดาบช่างมีความสุขนัก 
แต่กว่าจะขึ้นถึงก็ผ่านเวลามาครึ่งค่อนวัน  เหลือเวลาให้ชื่นชมความงามไม่นานเท่าไหร่
เรายังต้องเผื่อเวลาให้กับการเดินลง  เวลาที่จะเดินทางกลับไปนอนในบ้านเหมือนทุกคืนที่ผ่านมา
การเดินไปของชีวิตก็มีทางเดียวเหมือนกัน 
ไม่รู้ว่ากว่าจะถึงสันดาบจะกินเวลาชีวิตไปเท่าไหร่ 
เรื่องระหว่างทางสวยงาม น่าจดจำ 
แต่บางทีเราก็เพลิดเพลินจนลืมจุดหมาย
เหนื่อยหน่อยเราก็อยากพัก  เจอสิ่งสวยงามเราก็อยากชื่นชม
จนถึงวันนี้เราก็เที่ยวเล่นมาเยอะแล้ว 
ไม่รู้ว่า  กับสิ่งที่เราตั้งใจไว้
...เราจะเดินไปถึงมั้ย  จะเหลือเวลาเท่าไหร่นะ
 
 
May 06

เกริ่นนำ...จิ๋วน้อยผจญภัย

ทำ blog แล้วนะ นิ้วกะแอน สองเพื่อนที่เคี่ยวเข็ญให้เราทำโดยไม่ยอมบอกว่าทำอย่างไร
ช่วงนี้เราเดินทางเยอะเชียว  จนรู้สึกอ่อนล้าจากการเดินทาง  ไม่รู้เพราะอะไรนะจึงเป็นแบบนี้
พรุ่งนี้เราก็จะเดินทางอีกละล่ะ  หลังจากคราวนี้แล้วเราจะพักสักหน่อย 
แล้วก็มารวบรวมเรื่องราวจากที่ทางต่างๆที่ได้ไปมา
บางทีพลังอาจจจะมาจากการทบทวนก็ได้ 
คอยติดตามนะ  คิดๆดูแล้วก็น่าสนุกเชียวล่ะ
 
ผ้ากระเป๋าเป้เริ่มบางละ  รองเท้าก็เปลี่ยนมาหลายคู่  มันก็ต้องมีหลายเรื่องราวสินะ
จิ๋วน้อยผจญภัย