![]() |
|
Spaces home jew's spacePhotosProfileFriends | ![]() |
|
August 03 เริ่มเดินทางอีกครั้ง บนเส้นทางเดิมผ่านไปครึ่งปีกว่าแล้ว นับจากวันที่ยืนดูดอกไม้ไฟที่ชั้นสี่
มีเรื่องราวเปลี่ยนแปลงมากมาย บางอย่างเริ่มต้น บางอย่างจบลง
...
การอธิบายความรู้สึก เป็นเรื่องยากจัง
วันนี้เรารู้สึกเหมือนกับว่า
ชีวิตต้องเริ่มเดินทางอีกครั้ง บนเส้นทางเดิม
...
เดินไปด้วยกันอีกครั้ง
...
ฉันกับชีวิต April 18 เสียงเพราะ ๆเย็นวันศุกร์ที่แสนจะสงบเงียบ
ฟังเพลงที่พี่ป๊อดร้องประกอบโฆษณากล้องถ่ายรูป
เพลงเรื่องจริง ฟังแล้วก็เพราะจริง ๆ ด้วยสิ
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น แล้วฉันก็ได้ฟังเสียงที่เพราะกว่าเสียงพี่ป๊อด
เพื่อนสาวคนหนึ่งโทรศัพท์มาหาจากจังหวัดพังงา
ให้ฟังเสียงคลื่นซัดเข้าฝั่ง ฟังเพราะดีชวนให้คิดถึงทะเล
คุยสักพัก ตื่นเต้นดีใจ ไม่รู้ทำไม ทั้งที่ก็ไม่ได้คุยกันมาแค่สองวัน
วางโทรศัพท์ไปแล้ว
เสียงเพราะ ๆ ของฉัน
ไม่ใช่เสียงพี่ป๊อด
ไม่ใช่เสียงทะเล
แต่เป็นเสียงของความคิดถึงต่างหาก
ที่ไพเราะและซาบซึ้งใจ
ข้อความเหล่านี้แด่มิตรภาพที่สวยงาม
:)
April 13 เรื่องเศร้าที่สุด ไม่มีในโลกเรื่องเศร้าที่สุด ไม่มีในโลก
...
เจอเรื่องเศร้ามากในวันนี้
วันต่อไปก็อาจจะเจอเรื่องที่เศร้ามากกว่า
และวันต่อ ๆ ไป ก็คงจะเจอเรื่องที่เศร้ามากกว่ามาก
...
ดังนั้น เรื่องเศร้าที่สุด จึงไม่มีอยู่ในโลกใบนี้หรอก
...
ถ้าเจอเรื่องอะไร
ก็อย่าเศร้าเลย
...
April 08 ใกล้ปีใหม่ไทยผ่านปีใหม่จนจะปีใหม่อีกแล้ว ไม่ได้มีอะไรเพิ่มในblogเลย ฮ่าๆ ๆ
แต่จริงๆ ชีวิตเปลี่ยนไปอย่างมากมายทีเดียว
เรียนใกล้จบแล้ว รู้สึกมีความสุขมากๆ อยากไปทำอย่างอื่นอีกเยอะแยะ
อย่างทำ my space ให้ up date ขึ้น ฮ่า ๆ ๆ January 01 ปีใหม่วันที่ 1 มกราคมของทุกปีเป็นวันปีใหม่
ตั้งใจว่าตื่นไม่เช้ามาก จะได้สดชื่นไม่ง่วงเหงาหาวนอน เพราะเมื่อคืนต้องรอถึงเที่ยงคืนดูดอกไม้ไฟส่งท้ายปี
ได้เวลาเที่ยงคืน
มองไปรอบ ๆ บ้าน ดอกไม้ไฟถูกจุดขึ้นพร้อม ๆ กัน จากโรงแรมแม่น้ำ สะพานกรุงเทพฯ สะพานแขวน และโรงแรมหรูหราแถวบางรัก
ดอกไม้ไฟเสียงดัง ตูม ๆ ๆ ทำให้หายง่วง นึกดีใจที่อยู่รอดู ท้องฟ้าสว่างด้วยดอกไม้ไฟหลากสี
จำได้ว่าตอนเด็ก ๆ เห็นดอกไม้ไฟแล้วตื่นเต้นที่สุด แล้วความตื่นเต้นก็ค่อย ๆ ลดลง หลังจากโตขึ้น ๆ
เมื่อคืนนี้เป็นอีกครั้งที่จำความรู้สึกตื่นเต้นนั้นได้
ถ่ายรูปเก็บไว้ดู เพราะหลังจากปีนี้เราก็จะไปทำงานนอกบ้านแล้ว
ก็เลยตั้งใจว่าจะถ่ายรูปดอกไม้ไฟส่งท้ายปี ด้วยมุมมองจากบ้านเก็บไว้ดู
ภาพอาจจะไม่สวยมากเพราะไม่ได้ใช้ขาตั้งกล้อง แล้วก็ไม่กล้าปีนหลังคาดาดฟ้า
แต่ก็คงไม่เป็นไร เพราะนี้ก็เป็นมุมมองจากชั้น4 ของเราจริง ๆ
18 ปีแล้วสินะ ที่เราอยู่ตรงนั้นแล้วมองออกไปที่อื่น
ตอนนี้คงถึงเวลาที่เราจะออกไปจริง ๆ เพื่อให้รู้ว่า โลกเป็นอย่างไร
สวัสดีปีใหม่... ขอให้สดใสเหมือนดอกไม้ไฟบนท้องฟ้า October 28 ขอมือหน่อยได้ไหม อิอิอิลมเย็น ๆ พัดมาแล้ว ฉันเพิ่งรู้สึก
ฟ้าลึก ๆ มองขึ้นไปดูช่างสดใส
แต่มือเย็น ๆ ฉันตอนนี้นั้นไม่มีใคร
ไม่มีใครสัมผัส มันทนไม่ไหว
เพลงเค้าบอกไว้ ลมหนาวมาถึงเมื่อไร
มันต้องเหงาในใจ ตามเสียงเพลงอยู่เรื่อยไป
คราวนี้ถ้าต้องเจอ ลมหนาวฉันขอร้องเธอได้ไหม
ขอมือหน่อยได้มั้ย อากาศหนาว ๆ ไม่ชอบเลย
ขอมือหน่อยอย่าเฉยเมยจนฉันนั้นต้องเสียใจ
อยากขอแค่ไออุ่นจากเธอได้ไหม
บอกความรู้สึกข้างใน ก่อนหน้าหนาวคราวนี้
จะผ่านไป...
อีก 9 วันไปดูคอนเสิร์ต FRIDAY ที่พารากอน
เย้ ๆ ๆ October 21 เรารักในหลวงเรารักในหลวง
ข่าวในหลวงทรงพระประชวรคราวนี้ คนไทยแสดงพลังได้ไม่ผิดไปจากครั้งก่อน ๆ เพราะคนไทย "รักในหลวง" จริง ๆ
ย้อนหลังไปเมื่อปีก่อน ก่อนเหตุการณ์ที่จะถึงพิธีฉลองราชย์สมบัติครบ ๕๐ ปี ทุกหน่วยงาน กรม กอง ภาครัฐ และประชาชน ร่วมใจกันทำความดีเพื่อถวายในหลวง จนบางครั้งเราก็คิดว่า เรื่องบางเรื่องอย่าเอาในหลวงมาอ้างเลยนะ ท่านจะชอบใจหรือเปล่า ไม่มีใครรู้ จนถึงวันงานจริง ๆ ก็เกิดภาพประวัติศาสตร์ที่น่าจดจำ การรวมใจครั้งใหญ่เพื่อในหลวงของเรา แต่เรื่องของ "ความรัก" ก็มีเรื่องของความเข้าใจผิดเสมอ
หลังจากวันงาน ทั่วโลกคงจะตะลึงกับระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขแบบประเทศไทย บางประเทศที่นิยมประชาธิปไตยแบบสุดขั้ว ก็คงคิดว่าคนไทยงมงาย และคลั่งในหลวงอย่างไม่ลืมหูลืมตา มีภาพที่ไม่เหมาะสมหลายภาพถูกส่งต่อทาง e-mail ทางเว็ปไซด์บางเว็ปไซด์ ข่าวทางเสียหายเริ่มปรากฎ บ้างว่าคนในวันนั้นถูกเกณฑ์ให้ไป ไม่รู้ว่าเป็นผลงานของใคร นี่คงเป็นธรรมดาโลกที่ ได้ลาภ เสื่อมลาภ...สรรเสริญ นินทา ส่วนปีนี่ก็ยังเป็นงานเกี่ยวกับในหลวงพระชนมายุครบ ๘๐ พรรษา ทุกภาคส่วนจัดงานได้ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ปีที่แล้ว จนตอนนี้ในหลวงประชวร ก็มีประชาชนไปเฝ้าที่โรงพยาบาลศิริราช ไปลงชื่อถวายพระพรวันละเป็นหมื่นคน ในฐานะคนไทย คุณคิดยังไงกับเหตุการณ์นี้ รักในหลวงมั้ย รักเพราะอะไร ตามกระแส หรืองมงายอย่างที่ฝรั่งว่าคนไทย
เราคิดออกและตอบได้ชัดแล้วว่า จะรักในหลวงมั้ย และทำไมถึงรักในหลวง เราเป็นเด็กในยุคที่กลับบ้านมายังไม่มีเกมเศรษฐี เกมทศกัณฐ์ รายการโทรทัศน์ที่ดูเป็นประจำทุกวันก็คือ หนังจีนกำลังภายในตอนสี่โมง หนังจักร ๆ วงศ์ ๆ และตามต่อด้วยการ์ตูนอืกคิวซังเณรน้อยเจ้าปัญญา พอจบก็พอดีกับกินข้าวเย็นเสร็จ เตรียมตัวอาบน้ำ ก็พอดีแหละ ข่าวพระราชสำนักมาแล้ว ไม่สนุกเหมือนหนังที่ดู มีแต่ข่าวในหลวงทำโน้นทำนี่ ไปที่โน้นที่นี่ ในหลวงทำงานทุกวัน
และด้วยความที่ชอบอ่านหนังสือกันทั้งบ้าน บ้านจึงเต็มไปด้วยหนังสือ หนังสือในหลวงก็มีหลายเล่ม ติโต นายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ พระมหาชนก มีหลายเล่ม อ่านจบบางเล่ม
ล่าสุดเลย แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ได้ยินนะแต่ตอนแรกไม่เข้าใจ เพราะที่บ้านไม่ได้ทำเกษตรกรรม ไม่สามารถแบ่งพื้นที่ไว้ปลูกข้าว มีบ่อน้ำ เลี้ยงสัตว์ ก็เข้าใจว่าในหลวงทรงคิดให้คนที่ทำเกษตร ที่เป็นคนส่วนใหญ่ในประเทศ คิดเท่านี้จริง ๆ
จนตอนนี้ ทำงานแล้ว ได้เงินมาใช้เองพอบ้างไม่พอบ้าง ก็เลยรู้ว่าทำงานเหนื่อยจังเงินก็ได้น้อย เวลาทำอะไรก็ต้องใช้เงินเยอะ หยุดทำงานก็ไม่ได้ความรับผิดชอบค้ำหัวอกหัวใจ ลองกลับไปคิดใหม่ ว่าตอนเราเด็ก ๆ เห็นในหลวงทำงานมากแค่ไหน ข่าวที่เราดูตอนเด็กเป็นของจริงไม่ใช่ภาพลวงตา เราทำเพื่อตัวเองแต่ในหลวงทำเพื่อคนทั้งประเทศ และเวลานี้กระแสทุนนิยมทำให้เราต้องแข่งขัน แต่ถ้าเราตามจนไม่รู้จักพอเราจะกลายเป็นยังไงนะ เศรษฐกิจพอเพียงใช้ได้กับทุกคน คนเมืองอย่างเรานี่แหละ ของที่มีอยู่แล้วไม่ซื้อก็ไม่ตายก็ต้องรู้จักพอ ในขณะที่ข่าว โฆษณา บอกว่าเราต้องมีต้องเป็น อย่างนั้นอย่างนี้ ในหลวงบอกให้เรามีความเพียร ทำความดีเพื่อความดี ให้รู้จักพอและรู้จักตัวเอง
เท่านี้ในหลวงก็เป็นมากกว่าในหลวง เหมือนพ่อคอยบอก เตือน ให้รู้ทันความเป็นไปของโลก ความรักที่รู้สีกและผ่านการคิด เป็นความรักที่ชัดเจนและมั่นใจ "ทำความดีตามอย่างพ่อกันเถอะนะ"
ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
October 20 ลมหนาวกรุงเทพ ฯ หนาวแล้ว
ลมหนาวบาง ๆ พัดมาที่กรุงเทพ ฯ แล้ว เปลี่ยนเมืองที่ร้อนแรงสุมรุมด้วยปัญหาให้สดใสและน่าอยู่ขึ้น
ลมหนาวไม่ทำให้ปัญหาลาไปพักร้อน ความไม่เข้าใจลาป่วย
หน้าหนาวจึงมีปัญหาเหมือนหน้าร้อนและหน้าฝน
แต่มีลมหนาวที่เหมือนผู้ใหญ่ใจดี เข้าใจและบอกให้ยิ้มรับกับปัญหา
ลมหนาวพัดมาคราวนี้ ขอให้มีความสุขกันทุก ๆ คน
จาก...คนมีปัญหาได้ทุกวี่วัน May 18 หน้าฝนแล้วนั่งอ่านหนังสืออยู่บ้านเตรียมสอบคอม ฯ เบื่อ ๆ ก็เลยมาเขียนบล็อก
วันนี้เขียนอย่างไม่ไม่แก่นสารใด ๆ
หน้าฝนแล้วต้นไม้ที่บ้านก็ดูจะเขียวสด และเต่งตึงขึ้น ต้นเล็บมือนางที่ซื้อไว้นานมากแล้ว สัก 10 ปีเห็นจะได้
ออกดอกพวงใหญ่ ๆ ให้ดูหลายพวง บางที่ก็กลัวงูนะ มีคนบอกว่างูชอบมาอยู่กับต้นเล็บมือนางบ้างล่ะ มีต้นเล็บมีอนางแล้วงูเขียวชอบมาบ้างล่ะ ทั้งหมดนี้ก็ทำให้เรากึ่ง ๆ จะเชื่อนะ ก็เลยกลัว แต่ดอกเล็บมือนางก็สวยมาก ตอนเช้า ๆ หรือดึก ๆ ก็หอมด้วย แต่ก็ไม่มีใครขึ้นไปดมหรอก มีเราคนเดียว
อ่านหนังสือไปเรื่อย ๆ บางที่ก็ตื่นเต้นขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล เพราะอ่านไปแล้วก็กลัวอาจารย์จะถามยาก ๆ แล้วตอบไม่ได้ คิดขึ้นมาบางที่ใจก็เลยสั่น ๆ กลัวจัง แต่กลัวคราวนี้ไม่มีใครบอกหรอก เราคิดเองกลัวเองเลย เพราะใคร ๆ ก็บอกว่าตอบได้อยู่แล้ว ไม่ต้องกลัว
บ่นมาเรื่อย ๆ ก็ไม่เห็นจะมีอะไรเกี่ยวกันเลย หน้าฝน งูเขียว ดอกไม้ และการสอบ
มีใครบอกได้ว่ามันเกี่ยวกันยังไง บอกที
March 28 ไม่นานมานี้เองกลางดึกตีสอง บนบ้านที่ชั้นสาม ไม่ได้อยู่อย่างนี้มานานแล้ว
ทุกอย่างเงียบ ในบ้านเงียบ นอกบ้านเงียบ
นาน ๆ จะได้ยินเสียงรถมอร์เตอร์ไซด์ ตุ๊ก ๆ และเสียงคนกวาดถนน
คืนนี้นอนไม่หลับทั้ง ๆ ที่กลางวันทำงานเหนื่อยสายตัวแทบขาด แม้จะดึกดื่นขนาดนี้เราก็มีนิ้วเป็นเพื่อนในหน้าจอคอมพิวเตอร์ นั่งอ่านบล็อกและเขียนบล็อก คืนวันนี้เป็นคืนวันที่ดีสำหรับเรา ใช่แล้ว...แม้ว่าเราจะนอนไม่หลับ
"ไม่นานมานี้เอง" เราอยากมอบให้คนสองคน
คนแรกเป็นเพื่อนที่คบกันมานาน ส่วนอีกคนเป็นคนที่ทนคบเรามานาน
เพื่อนคนแรกคือ "นิ้ว"
นิ้ว เราจะเขียนเรื่องนิ้วด้วยสีฟ้า เพราะนิ้วเป็นเด็กหญิงแห่งวันศุกร์ เรายังจำวันที่เราเห็นพรายน้ำครั้งแรกได้ จุดเรืองแสงสีฟ้าลอยมากับน้ำทะเล เรานึกถึงดาวศุกร์และตอนนั้นเราอยากให้นิ้วได้มาเห็นด้วยกัน นิ้วต้องตื่นเต้นและชอบมันมากแน่ ๆ
ก่อนเราจะเขียนบล็อกเราไม่นาน เราเข้าไปอ่านบล็อกของนิ้ว เราไม่เคยบอกนิ้วเลยสินะ ว่าเราชอบอ่านตัวหนังสือของนิ้วนะ ที่เราชอบเพราะอ่านทีไร เรารู้สึกว่าเป็นนิ้วดี ถึงบางช่วงเราจะไม่ได้เจอ ไม่ได้คุยกัน แต่ถ้าได้อ่านเราก็รู้สึกสัมผัสได้ นิ้วที่เรารู้จัก เขียนต่อไปเรื่อย ๆ นะนิ้ว
"อีกคน" ที่ทนคบเรามานาน
คืนนี้เราอยากบอกว่า ขอบคุณมากที่ทนคบกันมานานขนาดนี้ และขอบคุณสำหรับคำแนะนำในช่วงเวลาที่ชีวิตเหนื่อยแสนเหนื่อย เค้าจำได้ "หายใจลึก ๆ ค่อย ๆ คิด ค่อย ๆ ทำ"
ตีสามแล้ว ไม่รู้เขียนมานานเท่าไหร่ เหมือนกับที่ไม่เคยนึกว่าคบกันมานานเท่าไหร่
นึก ๆ ไปก็รู้สึกว่า "ไม่นานมานี้เอง"
March 09 วันมาฆะที่ผ่านมาเมื่อวันมาฆบูชาที่ผ่านมา เป็นอีกวันที่ใช้เวลาได้คุ้มค่ามากในหนึ่งวัน
ผ่านมาหกวันแล้ว นึก ๆ ไปก็ยกให้วันนั้นเป็นวันที่เราชอบที่สุดในรอบเจ็ดวัน
ในวันนั้นมีรายการที่ได้ทำลงไปดังนี้...
ตอนเช้าเข้า'มหาลัย ไปทำแล็ป ตอนเที่ยงไปตัดผม ตอนบ่ายนัดเมย์ไปศูนย์ประชุมสิริกิตติ์
ในงานที่ศูนย์ประชุมจองเรียนดำน้ำด้วยเพราะมีโปรโมชั่นซื้อหนึ่งคนเรียนฟรีหนึ่งคน
แล้วการดำน้ำเป็นก็เป็นอีกหนึ่งความฝันของเมย์ซะด้วย เราสองคนเลยตกลงกันว่าเรียนด้วยกันจ่ายคนละครึ่งราคา
สนุกดีได้ทำให้ชีวิตได้ตื่นตาตื่นใจจากชีวิตประจำวันเดิม ๆ และจะได้ไปสอบที่พัทยาด้วย
แล้วเราก็จองแพ็กเก็จไปเที่ยวสมุยต่างหากอีกหนึ่งโปรแกรม หน้าร้อนปีนี้ดูใกล้ชิดกับทะเลจริง ๆ
จบจากการเที่ยว เราสองคนก็ไปวัดเนื่องในวันมาฆบูชา
ตามเส้นทางวันนั้นเราตกลงกันไปวัดปทุมวนารามราชวรวิหาร
วัดที่อยู่ท่ามกลางแหล่งแฟชั่นของสยามสแควร์
ประสาวัยรุ่นเราไปสยามกันบ่อยแต่วันนั้นเป็นครั้งแรกที่เราไปวัดนี้
วัดหาไม่ยากเรียงหน้ากระดานอยู่ในแถวเดียวกับ
-สยามดิสคัพเวอร์รี่
-สยามเซ็นเตอร์
-สยามพารากอน
และถูกห้อมล้อมด้วย
เซ็นทรัลเวิร์ลและสยามสแควร์
วันนั้นเราสองคนเวียนเทียน กราบพระในโบสถ์ และถวายสังฆทานด้วย
ทางวัดมีนิทรรศการเกี่ยวกับวันมาฆบูชาและเกี่ยวกับวัด เราเลยรู้ว่าวันนี้มีมาตั้งแต่ ร.4
คิดอีกทีตอนเราเด็ก ๆ ยังไม่มีสยามดิสคัพเวอร์รี่เลย สยามพารากอนก็เคยเป็นสยามคอนติเนลตัลมาก่อน
เซ็นทรัลเวิลร์ก็เปลียนมาจากเวิร์ลเทรดเซ็นเตอร์ ทุก ๆ อย่างก็เปลี่ยนไปเยอะ แต่วัดก็ยังคงอยู่
ตอนไหว้พระแล้วเดินออกมาจากวิหาร
ได้เห็นมุมมองที่เท่มาก ๆ ถ้าบอกว่าตอนนั้นเรายืนอยู่ในวัดที่เงียบ ๆ แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ
วันนั้นไม่ได้ติดกล้องไป เดี๋ยวว่าง ๆ จะกลับไปถ่ายรูปอีกที
ออกมาเราไปดูหนังเรื่อง The departed เราว่าสนุกดีนะ ทั้งที่ปกติก็ไม่ชอบดูหนังยิง ๆ กันเท่าไหร่
ออกจากโรงก็ดึกแล้ว เราก็เลยรีบกลับบ้านกัน ดวงจันทร์วันนั้นก็สวยสมเป็นจันทร์วันมาฆะ
ดึกคืนนั้นจะมีจันทรุปราคาเต็มดวงด้วย แต่ไม่ได้ดูหลับไปซะก่อน ที่จำได้ตอนนี้ดวงจันทร์วันนั้นก็เลยไม่ได้แหว่งแต่อย่างใด
จบ. June 02 การเดินทางบนสันดาบสวัสดีทุก ๆ คน
ต่อจากความเดิมตอนที่แล้ว ที่เกริ่นว่าจะไปเดินทาง
เราเดินทางกลับมาแล้ว กลับมานานแล้ว แต่กว่าจะว่างเขียนก็ติดงานอีกหลายอย่าง
นั่นเป็นเรื่องดี เพราะเวลาที่นานออกมาจากวันนั้น ทำให้เรามองภาพวันนั้นได้กว้างขึ้น
เอาล่ะ เริ่มเรื่องของวันนั้นจากภาพที่เรามองจากวันนี้นะ
การเดินทางคราวนั้น ไปหลายที่
อินทนนท์ เชียงใหม่
นางแก้ว เชียงราย
และกลับไปอ่างขาง เชียงใหม่อีกที
ไปคราวนี้นางแก้วได้เป็นนางเอก ในความคิดเรา
เพราะนางแก้วเป็นผู้หญิง : )
ไม่แค่นั้นหรอก เพราะเราเคยไปนางแก้วเป็นครั้งแรก นางแก้วจึงทำให้เราตื่นเต้นที่สุด
และมากกว่านั้นเพราะความเป็น "นางแก้ว" เองด้วย
ดอยนางแก้วเป็นดอยหนึ่งในอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน จังหวัดเชียงราย
อุทยานแห่งชาตินี้คงมีภูเขาหลายลูก แต่ที่เราได้ยิน ได้รู้จัก มีแค่ภูเขาสองลูกที่ชื่อ
ดอยลังกาหลวง และ ดอยนางแก้ว
ทั้งสองอยู่ตรงข้ามกัน
ดอยลังกาหลวงเป็นภูเขาที่มียอดครึ่งวงกลม เมื่อขึ้นไปถึงยอดภูเขาก็จะเป็นที่กว้าง ๆ คล้าย ๆ ทุ่งหญ้า
ดอยนางแก้วมียอดเป็นสันดาบ เมื่อขึ้นไปถึงยอดภูเขาจะเป็นทางเดินยาว ๆ คล้ายไปตามทางของรางรถไป
ทางเชื่อมของภูเขาสองลูกนี้ก็เป็นสันดาบอีก แต่เป็นดาบที่คมกริบ
เพราะทางเดินที่กว้างเพียงเมตรครึ่ง พร้อมกับขนาบด้วยผาชันทั้งสองข้างทาง
ระหว่างทางมีที่หนึ่งเรียกว่า "ผาโง้ม" เป็นจุดที่อันตรายที่สุด
มีคนเคยตกลงไป คนเคยไปบอกว่าคงเป็นเพราะความงามระหว่างทาง
เมื่อมองจากตรงนั้น จะเหมือนเราลอยได้
เพราะพื้นดินอยู่เกินหน้าเราไม่มากนัก ทำให้เราเหมือนลอยอยู่กลางหน้าจอขนาดใหญ่
ที่มีภาพภูเขาสลับซับซ้อนและสีอ่อนเข้มสลับกันของพรรณไม้ ภาพนี้ไกลไปสุดสายตา
เมฆบาง ๆ เคลีย ๆ ตัวเราได้ที่ความสูงระดับนั้น
ความงามทั้งหมดนี้ ทำให้คนเราลืมระวังตัว!
อรัมภบทมานาน กลัวว่าเรื่องแวดล้อมที่จะทำให้รู้จักนางแก้วมากขึ้น
กลับจะทำให้นางแก้วของเราน่าสนใจลดลง เรามามองนางแก้วชัด ๆ เลยดีกว่า
วันที่เดินทางสู่นางแก้ว...
เราเริ่มเดินทางตอนประมาณ 8 โมงเช้า เดินไปเรื่อย ๆ ผ่านสวนกาแฟ ผ่านแปลงปลูกเสาวรส
เดินเรื่อย ๆ เข้าสู่เขตป่า ทางเดินชันขึ้น ยอดดอยที่เรากำลังเดินไป สูง 1500 จากระดับน้ำทะเล
เมื่อทางเดินชัน ก็ทำให้ไต่ความสูงได้เร็ว
ป่ารอบข้างไม่รกมากนัก ทำให้เราได้เห็นท้องฟ้าและพื้นข้างล่างได้ชัด
เมื่อได้ระดับ เราก็พบกุหลาบพันปีที่เราตามหา Rhododendron veitchianum Hook.
ระหว่างทางต้นไม้ก็เปลี่ยนชนิดไปเรื่อย ๆ ตามความสูง ตามสังคมป่า
สูงขึ้นไปเราเจอต้นสน
สูงขึ้นไปเราเจอต้นก่อ
สูงขึ้นไปเราเจอต้นเหมือด
สลบ...เหมือด
มื้อกลางวันพวกเราก็ได้ความสูงที่ต้องการ 1500 เมตรจากระดับน้ำทะเล
เราจะผ่านเรื่องมื้อกลางวันไปอย่างรวดเร็ว เพราะมีอาหารกลางป่าที่สนุกว่านั้น
ต้นไม้ของหวานที่แสนชุ่มคอ เป็นต้นไม้ใหญ่ มีลูก ชื่อ เอี่ยบ๊วย
เอี่ยบ๊วย ลูกเหมือนลิ้นจี้ แต่สีเหลืองอ่อนและใสเหมือนส้มโอ รสชาติก็เหมือนส้มโอด้วย
บางลูกก็เปรี้ยว บางลูกก็หวาน แต่เปรี้ยวมีมากกว่ามาก
เปรี้ยวทำให้ชุ่มคอ หวานทำให้หิวน้ำ
ธรรมชาติคงรู้ว่าเราต้องเดินทางไกลและน้ำมันก็หนักด้วยสิ
หลังมื้อกลางวันพวกเราเดินสบายขึ้นเพราะจากทางชันเราก็ได้เดินบนสันดาบกันแล้ว
ไม่น่าเชื่อ ทฤษฏีว่าไว้เป็นเรื่องจริง ทุกความสูง 1 กิโลเมตร อุณหภูมิจะลดลง 1 องศา
บนสันดาบอากาศเย็น ลมพัดมาก็เย็น บนนั้นอากาศเย็นตลอดทั้งวัน ตลอดทั้งปี
บนสันดาบทางเดินมีทางเดียว ถ้าไม่ไปข้างหน้าก็กลับไปข้างหลัง
ต้นไม้บนนั้นมีรูปทรงประหลาดตา ทุกต้นดูแกร่ง หันหน้าไปทางเดียวกัน คือ หันหลังให้ลม
แม้สันดาบของนางแก้วจะกว้างกว่าผาโง้ม หน้าผาสองข้างทางก็ไม่ชันเท่าผาโง้ม
แต่ภาพที่เห็นก็คงสวยไม่แพ้กัน บนนางแก้วมองกลับมาเห็นลังกาหลวง
มองไปไกล ๆ เห็นเทือกเขาสุเทพ ทะเลภูเขาสูดลูกหูลูกตา
ต้นสนใหญ่ที่เดินผ่านเมื่อเช้า มองกลับไปดูเล็กเหลือเกิน
แสงแดดส่องภูเขาทุกลูก และลับเหลี่ยมเขาไปในที่สุด
เย็นวันนั้นเป็นยามเย็นที่สวยที่สุดในรอบปี
การเดินทางบนสันดาบ
แม้มีทางเดียวแต่ไม่มีความรู้สึกถูกบังคับ
แม้มีทางเดียวแต่ก็มองได้รอบตัว
การเดินทางบนสันดาบช่างมีความสุขนัก
แต่กว่าจะขึ้นถึงก็ผ่านเวลามาครึ่งค่อนวัน เหลือเวลาให้ชื่นชมความงามไม่นานเท่าไหร่
เรายังต้องเผื่อเวลาให้กับการเดินลง เวลาที่จะเดินทางกลับไปนอนในบ้านเหมือนทุกคืนที่ผ่านมา
การเดินไปของชีวิตก็มีทางเดียวเหมือนกัน
ไม่รู้ว่ากว่าจะถึงสันดาบจะกินเวลาชีวิตไปเท่าไหร่
เรื่องระหว่างทางสวยงาม น่าจดจำ
แต่บางทีเราก็เพลิดเพลินจนลืมจุดหมาย
เหนื่อยหน่อยเราก็อยากพัก เจอสิ่งสวยงามเราก็อยากชื่นชม
จนถึงวันนี้เราก็เที่ยวเล่นมาเยอะแล้ว
ไม่รู้ว่า กับสิ่งที่เราตั้งใจไว้
...เราจะเดินไปถึงมั้ย จะเหลือเวลาเท่าไหร่นะ
May 06 เกริ่นนำ...จิ๋วน้อยผจญภัยทำ blog แล้วนะ นิ้วกะแอน สองเพื่อนที่เคี่ยวเข็ญให้เราทำโดยไม่ยอมบอกว่าทำอย่างไร
ช่วงนี้เราเดินทางเยอะเชียว จนรู้สึกอ่อนล้าจากการเดินทาง ไม่รู้เพราะอะไรนะจึงเป็นแบบนี้
พรุ่งนี้เราก็จะเดินทางอีกละล่ะ หลังจากคราวนี้แล้วเราจะพักสักหน่อย
แล้วก็มารวบรวมเรื่องราวจากที่ทางต่างๆที่ได้ไปมา
บางทีพลังอาจจจะมาจากการทบทวนก็ได้
คอยติดตามนะ คิดๆดูแล้วก็น่าสนุกเชียวล่ะ
ผ้ากระเป๋าเป้เริ่มบางละ รองเท้าก็เปลี่ยนมาหลายคู่ มันก็ต้องมีหลายเรื่องราวสินะ
จิ๋วน้อยผจญภัย |
|
|